• หมู่ตึกศุภรัตน์
  • หมู่ตึกพระคลังศุภรัตน์
  • พระที่นั่งจันทรพิศาล
  • พระที่นั่งจันทรพิศาลด้านหน้า
  • พระที่นั่งจันทรพิศาล ภาพถ่ายด้านหน้า
  • พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท
  • ด้านในพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท
  • หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ
  • ภายในพระที่นั่งพิมานมงกุฎ

วังพระนารายณ์ ลพบุรี

ข่าวเมืองลพบุรีเอาสายไฟฟ้า, สายโทรศัพท์ในถนนสายหลักของเมืองลงดินทำให้บ้านเมืองดูสวยงามสะอาดตาขึ้นมาทันที และเป็นที่น่าอิจฉาของคนเมืองอื่นๆ บริเวณจุดสำคัญๆของเมืองดูมีค่าราคาขึ้นมาทันที เช่นศาลพระกาฬ พระปรางค์สามยอด จะมีภูมิทัศน์สวยงามขึ้นเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดให้สมกับคำขวัญ”วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์” เมืองลพบุรีหรืออีกชื่อหนึ่งว่าเมืองละโว้เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน จากหลักฐานทางโบราณคดีต่างๆชี้ให้เห็นว่าลพบุรีเคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคหินใหม่จนถึงยุคสำริด และเรื่อยมาจนถึงในช่วงประวัติศาสตร์ และมีการสร้างเมืองละโว้โดยพระเจ้ากาฬวรรณดิษฐ์ โอรสของพระเจ้ากรุงขอม ในสมัยต่อมาก็ยังเป็นเมืองที่สำคัญของอาณาจักรทราวดี สุดท้ายเมื่อพวกสยามมีอิทธิพลมากขึ้นเมืองละโว้ก็ยังเป็นเมืองสำคัญอีกเหมือนเดิม เช่นในสมัยอยุธธยาพระเจ้าอู่ทองโปรดให้พระโอรสองค์โต(พระราเมศวร)เสด็จมาครองเมืองลพบุรีและมีการสร้างเมือง มีคูเมืองและกำแพงเมืองแน่นหนา แต่หลังจากสิ้นยุคของพระราเมศวรแล้วเมืองลพบุรีก็ปล่อยทิ้งร้างมาระยะเวลาหนึ่ง

วังพระนารายณ์

หลังจากสิ้นยุคพระราเมศวรแล้วเมืองลพบุรีก็ถูกปล่อยทิ้งมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จวบถึงยุคสมเด็จพระนารายณ์ กษัตริย์องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ทำการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมากขึ้นและทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองสุดขีด สมเด็จพระนารายณ์เล็งเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองที่มีชัยภูมิที่ไม่สามารถป้องกันการปิดล้อมและโจมตีโดยปืนใหญ่จากข้าศึกได้ จึงโปรดเกล้าให้มีเมืองราชธานีสองแห่งและได้เลือกเอาเมืองลพบุรีเป็นราชธานีแห่งที่สอง ในปี 2209 ได้โปรดให้วิศวกรชาวฝรั่งเศสและอิตาลีร่วมกันออกแบบและสร้างพระราชวัง ป้อมปราการ และกำแพงเมือง ไว้เป็นที่ประทับ ว่าราชการ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และล่าสัตว์ สมเด็จพระนารายณ์ทรงโปรดปรานเมืองลพบุรีมากมีการเสด็จมาประทับที่เมืองลพบุรีประมาณปีละ 8-9 เดือนจนกระทั่งปลายสมัยรัชกาลและพระองค์ก็เสด็จสวรรคตที่พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 ในพระราชวังชั้นใน ที่เมืองลพบุรี

วังพระนารายณ์มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีพื้นที่ประมาณ 41 ไร่กว่า ด้านหน้าหันเข้าหาตัวเมือง ด้านหลังติดแม่น้ำลพบุรี มีกำแพงก่ออิฐถือปูน มีใบเสมาล้อมรอบ มีป้อมปืน 7 ป้อมประตูสูงใหญ่รูปโค้งแหลมเล็ก 11 ประตู มีการเจาะช่องแหลมเล็กใช้วางตะเกียงเพื่อให้พระราชวังมีความสว่างไสวในตอนกลางคืน ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มีพระที่นั่งต่างๆดังนี้

เขตพระราชฐานชั้นนอก
  • ถังเก็บน้ำสำหรับใช้ทำปะปาไว้ใช้ในเขตพระราชวัง โดยต่อท่อดินนำน้ำมาจากอ่างซับเหล็ก
  • สิบสองท้องพระคลังหรือหมู่ตึกพระคลังศุภรัตน์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนผนังประตูและหน้าต่างเจาะเป็นช่องโค้งแหลมจำนวน12ห้องโดยเรียงกันเป็นแถวยาว2แถว แถวละ6ห้องมีถนนตัดผ่าตรงกลางระหว่างแถว เป็นที่เก็บสินค้าและสิ่งของที่ใช้ในราชการ
  • ตึกเลี้ยงรับแขกเมือง
  • ตึกพระเจ้าเหา เป็นหอพระประจำราชวัง มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายในตึก ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้อาจมีชื่อว่าพระเจ้าเหา
  • โรงช้างหลวง มีด้วยกันทั้งหมด 10 โรงเป็นที่อยู่ของช้างพระที่นั่งและช้างหลวงใช้ในราชการ
โรงช้างหลวง
โรงช้างหลวง มีด้วยกันทั้งหมด 10 โรงเป็นที่อยู่ของช้างพระที่นั่งและช้างหลวงใช้ในราชการ
พระคลังศุภรัตน์
จากหมู่ตึกพระคลังศุภรัตน์ด้านขวามือ มองไปด้านในจะเห็นประตูและกำแพงพระที่นั่งในเขตพระราชฐานชั้นกลาง
หมู่ตึกพระคลังศุภรัตน์
สิบสองท้องพระคลังหรือหมู่ตึกพระคลังศุภรัตน์ ด้านซ้ายมือเมื่อหันหน้าเข้าสู่พระราชฐานชั้นกลาง (หมู่ตึกนี้มีสองฝั่งๆละ 6 หลังมีถนนตรงกลาง)
เขตพระราชฐานชั้นกลาง
  • พระที่นั่งจัทรพิศาล ใช้เป็นที่ประทับออกว่าราชการแผ่นดิน และประชุมองคมนตรี สัณนิษฐานว่าเป็นพระที่นั่งองค์แรกในพระราชวังนี้และเป็นที่นั่งองค์เดียวที่ถูกซ่อมแซมให้มีสภาพสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่4 ขณะนี้กรมศิลปากรได้ปรับปรุงใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ภายในมีการแสดงภาพประวัติศาสตร์เห็ตุการณ์สำคัญสมัยสมเด็จพระนารายณ์ และโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนารายณ์ โดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพและกระมพระยานริศรานุวัติวงศ์ได้ทรงรวบรวมและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ และได้เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2467 และได้ประกาศเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ เมื่อ พ.ศ. 2504
  • พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เป็นที่เสด็จออกรับคณะราชทูตต่างประเทศ เป็นพระที่นั่งองค์เดียวที่อยู่นอกกรุงศรีอยุธยาที่มีหลังคาเป็นทรงมณฑปแหลม “มหาปราสาท”
พระที่นั่งจันทรพิศาล
พระที่นั่งจัทรพิศาล เป็นที่ประทับออกว่าราชการแผ่นดินและประชุมองคมนตรี
พระที่นั่งจันทรพิศาลด้านหน้า
พระที่นั่งจันทรพิศาล เป็นพระที่นั่งองค์เดียวที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมให้สมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4
พระที่นั่งจันทรพิศาล ภาพถ่ายด้านหน้า
พระที่นั่งจันทรพิศาล ภาพถ่ายด้านหน้า ทางเดินเข้าสูพระราชฐานชั้นกลาง
พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท
พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เป็นที่เสด็จออกรับคณะราชทูตต่างประเทศ
ด้านในพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท
ด้านในพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท
เขตพระราชฐานชั้นใน
  • พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์ และพระองค์เสด็จสววรคตที่พระที่นั่งแห่งนี้

 

หลังจากสิ้นยุคของสมเด็จพระนารายณ์แล้ว กษัตริย์องค์ต่อๆมาของอาณาจักรอยุธยาก้ไม่ได้โปรดเสด็จมาประทับที่เมืองลพบุรี พระราชวังเมืองลพบุรีจึงถูกทิ้งร้างไว้จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์โปรดให้บูรณะพระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสร้างพระที่่นั่งขึ้นใหม่เพิ่มเติมขึ้นใหม่ในปี 2399 ที่สำคัญคือหมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ เป็นอาคารทรงตึกแบบตะวันตก ด้านหน้าสูง 2 ชั้นด้านหลังสูง 3 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องกาบูแบบจีน เดิมเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 4 (ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับการพัฒนาการของเมืองลพบุรี) และพระราชทานนามว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์”

หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ
หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ สร้างขึ้นมาใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นอาคารทรงตึกแบบตะวันตก หลังคามุงกระเบื้องกาบูแบบจีน
ภายในพระที่นั่งพิมานมงกุฎ
ภายในพระที่นั่งพิมานมงกุฎ จัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับการพัฒนาการของเมืองลพบุรี ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์

เปิดให้เข้าชม วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9:00-16:00 นาฬิกา ค่าธรรมเนียมเข้าชมคนไทยท่านละ 30 บาทซึ่งคุ้มค่าทุกสตางค์

การเดินทาง

การเดินทางมาจังหวัดลพบุรีสามามารถเดินทางมาได้ทั้งรถไฟและทางรถยนต์

ทางรถไฟสามารถขึ้นรถไฟสายเหนือ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่

ทางรถยนต์ สามารถใช้เส้นทางหมายเลข 1 กรุงเทพ-สระบุรี-ลพบุรี รวมระยะทางประมาณ 153 กิโลเมตร

เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดลพบุรีใครไม่คุ้นชินให้ไปเริ่มต้นที่ศาลพระกาฬ ข้ามทางรถไฟไปตามถนนวิชาเยนทร์ ถึงสี่แยกปรางค์แขกให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสรศักดิ์ไปจนถึง 4 แยกตัดกับถนนราชดำเนิน ท่านสามารจอดรถได้บนถนนราชดำเนิน และเดินเลียบไปทางถนนสรศักดิ์ประตูเข้าจะอยู่บริเวณถนนสรศักดิ์

 

share this:

Leave a Reply