การทดสอบมาตราฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ประกอบการอาหารไทยระดับ ๑

บันทึกเก็บไว้ในความทรงจำ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ ขอขอบคุณอาจารย์ศรีสมรและอาจารย์มณีมากๆนะคะที่ช่วยให้การสอบครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี ดีใจมากๆที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ ที่ก้าวผ่านความกลัวจนในที่สุดก็ทำได้ พร้อมได้รับใบรับรองผู้ผ่าน การทดสอบมาตราฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาผู้ประกอบการอาหารไทยระดับ ๑

การสอบข้อเขียน

ถึงแม้จะต้องผ่านทั้งด่านข้อเขียนที่สุดโหดที่อยู่ๆปีนี้เปลี่ยนระบบการสอบมาเป็นแบบดิจิตอล อ่านหนังสือกะว่าจะเอาคะแนนเต็ม เกร็งข้อสอบ ติวข้อสอบก่อนวันสอบ ก็คิดว่าสอบครั้งนี้ได้ไม่เต็มก็เกือบเต็มหล่ะว่ะ แต่พอได้ชุดข้อสอบยากสุด เอ๋าาาคือบ่คือที่ติวมาเลย เอาแค่ผ่านก็พอเนาะ อิหยังว่ะ ?? แต่ก็ผ่านมาได้

การสอบภาคปฏิบัติ

พอผ่านข้อเขียนก็ต้องสอบภาคปฏิบัติด้านอาหารไทย เมนูได้แก่ ข้าวคลุกกะปิ หลนเต้าเจี้ยว แกงจืดสามกษัตริย์และมันต้มน้ำตาล เป็นครั้งแรกที่ได้สอบแบบมีโต๊ะกลางวางวัตถุดิบแล้วให้เลือกหยิบเอง ตวงเอง ชั่งเอง ตามเมนูที่กำหนด ส่วนเตาก็คนละเตาไปเลย อุปกรณ์ก็มีอย่างจำกัด ส่วนมีดใครที่ใคร่อยากได้พกติดตัวเข้าห้องสองอาจารน์ก็อนุญาต แต่เมไปแบบมือเปล่าไปขอใช้ของที่โรงเรียนทุกอย่าง มีดอาจจะไม่คมแต่ก็ยังมีครก ( เอาไว้ลับมีด ๕๕๕++) .

อาจารย์นัดสิบโมง ณ โรงเรียนการเรือนยิ่งเจริญ เพื่อแนะนำแนวทาง ชี้เเนะในการลงมือทำแต่ละเมนู รวมทั้งการหั่นผักเพื่อจัดจาน เมื่ออาจารย์อธิบายจบแล้ว ทุกคนก็ไปประจำที่ (นึกว่ากำลังเข้าแข่งขันในรายการอาหารในทีวีเลยตอนนั้น อิอิ) พอได้เวลาลงมือ มันตื่นเต้นมากจากที่คิดไว้ก่อนจะสอบว่าจะทำเมนูอาหารคาวที่ยากๆก่อน พอเข้าสอบจริง เห็นเพื่อนๆไปหยิบของที่จะทำอาหารคาวเหมือนกัน (เพื่อนก็คงคิดแบบเรา) โต้ะวัตถุดิบทำอาหารคาว โดยเฉพาะข้าวคลุกกะปิ เพื่อนยืนต่อแถวหยิบนั้นนี่ เราขี้เกียจต่อแถว เลยเปลี่ยนทำเมนูของหวานก่อนเลย หยิบของ มันแกว ชั่งแล้วถือไปที่โต๊ะ ทำการล้าง หั่น ต้ม ทำเสร็จแล้วต้องรีบเดินไปหยิบชุดจานชามที่จะจัดเสริฟส่งอาจารย์ ชุดจัดส่ง๑ชุดและส่วนที่เหลือให้จัดส่งอีก1ชุด เมื่อเสร็จแล้ว ให้ยกมือบอกพี่คนที่ดูแล พี่จะเขียนชื่อเราติดไว้แล้วเอาไปวางที่โต๊ะกลางก่อน

จากนั้นก็มาทำเมนูต่อไปคือต้มจืดสามกษัตริย์ในเมนูนี้มันยากที่ต้องหั่นผักกาดเค็ม ที่โต๊ะจะเเจกสำหรับคนละหัว แล้วเอามาล้างแล้วบีบน้ำให้แห้งค่อยเอามาหั่นเป็นเส้นเล็กๆยาว ไว้มัดสามกษัตริย์( หมู- กุ้ง -ไก่ ) พอมัดเสร็จ ก็ตั้งน้ำสต้อกและหัวไชเท้า ใส่สามเกลอ (รากผักชี กระเทียม พริกไทย) พอน้ำเดือดใส่สามกษัตริย์ที่มัดไว้เอาลง ปรุงรสให้อร่อย จัดจานส่ง ถัดมาคือหลนเต้าเจี้ยว อันนี้ต้องทำดีๆไม่งั้นความเค็มมาเยือน อิอิ และสุดท้ายตบท้ายด้วยข้าวคลุกกะปิ มองดูเวลาแล้ว เฮ้ยย อีก ๓๐ นาที จะหมดเวลา ด้วยความที่เร่งใส่เวลา เพราะกำหนดไว้ต้องเสร็จก่อนบ่ายสอง เร่งตีไข่แล้วกลอกไข่อย่างรวดเร็ว หั่นฝอยเรียบร้อย รวนหมูต่อ ค่อยใส่น้ำมันเล็กน้อยเจียวกระเทียมให้เหลืองใส่กะปิผัดให้หอม ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา กุ้งแห้ง ผัดให้เข้ากันใส่ข้าวคนให้ทั่วตามด้วยหมูที่รวนไว้ โรยด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้ที่หั่นเป็นเส้นเล็กๆ คลุกให้เข้ากัน หยิบจานตักข้าวที่คลุกใส่โรยด้วยไข่ฝอย ข้างจานจะมีผักเคียง มะม่วง แตงกวา มะนาว ๑ ชิ้น ตกแต่งด้วยผักชี ๑ช่อและพริกแดง (ข้าพเจ้าลืมใส่หอมแดงซอยจนได้ ) ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

แปะชื่อรีบจัดส่งโต๊ะกลาง รอคิวที่กรรมการเรียก ถ้าใครทำเสร็จทุกอย่างก่อน คนนั้นก็จะได้ไปฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการทั้ง๓ท่าน เมทำเสร็จเป็นคนที่ ๒ พอคิวแรกผ่านไป คิวสองก็ต้องถือจานของตัวเองไปที่โต๊ะกรรมการนั่งอยู่จนครบแล้วนั่งลงบนเก้าอี้แห่งความตื่นเต้น คณะกรรมการก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คืออาจารย์ศรีสมร อาจารย์มณี และอาจารย์สุจิตรา นั้นเองค่ะ พอวางจานครบหมดแล้วนั่งเก้าอี้ประจำที่ อาจารย์ก็จะถามว่าชื่ออะไร ตอนนี้ทำอะไรอยู่ไหน บ้านอยู่ไหน ทำไมถึงมาสอบครั้งนี้จะเอาไปทำอะไรต่อ การพูดคุยได้ทำให้ผ่อนคลายลงบ้าง เมื่อทักทายพอหอมปากหอมคอ

ผลการสอบภาคปฏิบัติ

อาจารย์ก็เริ่มลงมือชิมแต่ละเมนู มีที่ติบ้าง อย่างเช่นใส่พริกแดง เหลือง เขียว ในหลนว่าต้องเอาลงหม้อตอนหลนด้วย และเมนูข้าวคลุกกะปิ เมลืมใส่หอมแดงซอยตอนคลุกข้าว อาจารย์ให้มาทำใหม่ แล้วจัดจานส่งใหม่ คือได้ไปแก้ไขสองส่วนนี้และนำมาส่งใหม่อีกรอบ อาจารย์ก็บอกว่า “ให้เป็นคนละเอียดกว่านี้ ทำอาหารต้องมีความละเอียด ปราณีต ไม่ใช่ทำดินทำหินนะ อาจารย์แอบแซวด้วยนะเออ ” ส่วนมันต้มน้ำตาลอาจารย์ว่าทำโอเค มันก็ชิ้นพอดี ต้มออกมาพอดี ไม่เละไป ให้ผ่าน ส่วนแกงจืดสามกษัตริย์ก็ให้ผ่าน กลับไปปรับปรุงสองเมนูนะ เมื่อหมดเวลาการวิจารณ์ก็ถือจานของตัวเองกลับไปที่โต๊ะเพื่อปรับปรุงแก้ไข ๒ เมนูตามที่อาจารย์ได้บอกไว้ เมื่อทำเสร็จแล้วก็รอคิวเอาไปที่โต๊ะอาจารย์อีกรอบแล้วให้อาจารย์ชิม อาจารย์ว่าโอเค ผ่านหมดแล้วทั้ง ๔ เมนู

ก็เป็นอันว่าวันนี้ผ่านได้ด้วยดี กลับมาที่โต๊ะ เก็บของ อาหารที่เราทำก็ห่อกลับบ้านอุปกรณ์ล้างทำความสะอาดเก็บให้อยู่ที่เดิม กวาด เช็ด ถู พื้นให้สะอาด แล้วร่ำราอาจารย์กลับห้อง เพื่อเตรียมตัวกลับบ้านที่ภูเวียง ก่อนกลับเเอบเอาหนังสือขนมไทยเล่มเดิมไปขอลายเซ็นต์อาจารย์มณี อาจารย์ก็ให้พรอันประเสริฐด้วย

หนังสือรับรอง

ท่านสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับขนมและอาหารต่างๆได้ตามลิ๊งค์ข้างล่าง

ตอนที่ ๑ การสอบเข้าโรงเรียนช่างฝีมือในวังหลวง ตอนที่ ๒ ปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ ตอนที่ ๓ การทำขนมเกสรลำเจียก ตอนที่ ๔ เครื่องว่างจีบนกและจีบมือ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.