อาหารผิวหรือสารบำรุงผิวที่ใส่ในสบู่แฮนด์เมด เพื่อเพิ่มคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อผิวให้กับสบู่ ซึ่งสบู่ชนิดนี้จะมีสารที่มีคุณสมบัติดีต่อผิวตั้งแต่แรกเริ่มของการเลือกใช้ชนิดน้ำมันและการเหลือน้ำมันที่เป็นประโยชน์ต่อผิวไว้ในสบู่ (Superfat) แต่โดยส่วนมากนักทำสบู่ทั้งหลายมักจะเลือกเพิ่มคุณประโยชน์อื่นๆเข้าไปอีกเพื่อให้สบู่มีความเข้มข้นในด้านสารบำรุงผิวขึ้นไปอีก บางคนก็ลืมไปว่าสบู่เมื่อใช้แล้วก็ล้างออก ทำให้สารที่มีคุณประโยชน์เหล่านั้นไม่สามารถซึมลงสู่ผิวได้ทั้งหมดไม่เหมือนกับครีมบำรุงผิวที่ทาติดตัวไว้ข้ามวันข้ามคืน สารอาหารบำรุงผิวจากธรรมชาติที่เราเลือกใช้อาจแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ

กลุ่มที่ 1

พวกที่ทำปฏิกิริยาในกระบวน Saponification หมายถึงพวกที่จะกลายเป็นสบู่ได้ คือ พวกน้ำมันต่างๆ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันโจโจบา น้ำมันอะโวคาโด เป็นต้น เราสามารถเลือกใส่ได้สองวิธีคือหนึ่ง ใส่ในสูตรน้ำมันเลยแล้วเหลือเป็นค่า superfat ไว้อันนี้ต้องคำนึงถึงต้นทุนด้วยเพราะน้ำมันที่เป็นสารบำรุงผิวบางตัวมีราคาแพงมาก การใช้ปริมาณมากๆจะทำให้เกิดการสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ สองเราสามารถใส่ปริมาณเพียงเล็กน้อยหลังจากสบู่ทำปฏิกิริยา Saponification เรียบร้อยแล้ว ถ้าใส่ในปริมาณที่มากไปของเหลวนี้จะแยกตัวออกมาจากสบู่

กลุ่มที่ 2

พวกที่ไม่ทำปฏิกิริยาในกระบวนการ Saponification เช่นพวกสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวต่างๆทั้งแบบสด ผงแห้ง และแบบเป็นน้ำ รวมไปถึงน้ำผึ้งด้วย การใส่สารอาหารผิวพวกนี้ต้องใส่หลังจากเกิดปฏิกิริยา Saponification แล้ว

 

คุณลักษณะ ประโยชน์ และวิธีการใช้ของสารอาหารผิว

Sweet Almond Oil

ประโยชน์

น้ำมัน Sweet Almond ทำมาจากเม็ดของ Almond ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้ผิวนุ่มลื่น บรรเทาผิวจากถูกทำลาย และปรับผิวให้อยู่ในสภาพสมดุลย์ น้ำมัน Sweet Almond สามารถทำปฏิกิริยา Saponifation ได้ง่าย สบู่ที่ได้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวสูงและมีฟองครีมที่นุ่มเนียน เนื่องจากน้ำมัน Sweet Almond มีราคาค่อนข้างแพงจึงใช้ในปริมาณที่น้อย

การใช้และปริมาณที่ใช้

แม้ว่าเราจะใส่ในจำนวนน้อยๆแต่ก็ทำให้สบู่ดูดีมีระดับและมีเปี่ยมไปด้วยคุณค่าบำรุงผิว น้ำมัน Sweet Almond สามารถใส่พร้อมกับน้ำมันชนิดอื่นๆตั้งแต่เริ่มแรกได้เลยแต่ต้องใส่ในปริมาณที่มากพอควรเพราะว่าจะถูกทำลายด้วยปฏิกิริยา Saponification ได้ง่ายกล่าวคือเปลี่ยนไปเป็นสบูเกือบหมด หรือจะเลือกใส่หลังจากที่สบู่ทำปฏิกิริยาเสร็จแล้วโดยมากคือก่อนที่จะใส่กลิ่นหอม ปริมาณที่แนะนำให้ใช้คือ 1% ของสบู่

almond Blossom
ผลของแอลมอนด์ใช้ทำน้ำมัน ภาพถ่ายต้นแอลมอนด์ขณะออกดอกสวยงาม โดย Victor R. Ruiz

 

Avocado Oil

ประโยชน์

อาโวคาโด  เป็นพืชพื้นถิ่นแถบเม็กซิโกและอเมริกากลาง ปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกกันทั่วโลก โดยเฉพาะที่มีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน และในประเทศไทยก็มีการปลูก น้ำมันจากอาโวคาโดมีสรรพคุณในทางเยียวยา และอุดมไปด้วยวิตามิน A,D และ E โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต กรดอามิโน คลอโรฟิลด์ กลีเซอร์ไรด์ และกรดไขมันอีกหลายชนิด น้ำมันอาโวคาโดทำปฏิกิริยา Saponification ได้น้อย จึงเหลือน้ำมันที่ไม่ได้ถูกทำลายไปในปฏิกิริยา Saponifation มาก ซึ่งมีประโยชน์ต่อผิวคือ น้ำมันอาโวคาโดสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ทำให้ช่วยในการฟื้นฟูและผลัดเซลผิวใหม่ อีกทั้งทำให้ผิวนุ่มเนียน

การใช้และปริมาณที่ใช้

สามารถคำนวณใส่พร้อมกับน้ำมันอื่นๆตั้งแต่แรกเลยอาจใช้ปริมาณ 20-25% อย่างไรก็ตามน้ำมันอาโวคาโดแม้จะมีประโยชน์แต่ราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นวิธีที่เหมาะสมคือใส่ประมาณ 1% ของสบู่หลังจากสบู่ทำปฏิกิริยา Saponification แล้วและก่อนที่เราจะใส่กลิ่นของสบู่ลงไป

avocado
ผลอโวคาโด ภาพโดย Kristina
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทำสบู่หาซื้อได้ใน ลาซาด้า

Bosch เครื่องปั่นอาหารแบบมือถือ รุ่น MSM64110 (สีขาว/ แดง)
Bosch เครื่องปั่นอาหารแบบมือถือ รุ่น MSM64110 (สีขาว/ แดง) ราคา 1990 บาท จากลาซาด้า
Electronic Kitchen Scale เครื่องชั่งน้ำหนักอาหาร รุ่น SF-400 เครื่องชั่งดิจิตอล 10000 g. (สีขาว)
Electronic Kitchen Scale เครื่องชั่งน้ำหนักอาหาร รุ่น SF-400 เครื่องชั่งดิจิตอล 10000 g. (สีขาว)
Otto หม้อตุ๋น - รุ่น SC-204 ขนาด 6.5 ลิตร
Otto หม้อตุ๋น – รุ่น SC-204 ขนาด 6.5 ลิตร ราคา 859 บาท ที่ลาซาด้า
Pyrex Measuring Cup ถ้วยตวงแก้วขนาด 500 ml. รุ่น P-00-516N (สีแดง)
Pyrex Measuring Cup ถ้วยตวงแก้วขนาด 500 ml. รุ่น P-00-516N (สีแดง) ราคา 442 บาท จากลาซาด้า

 Calendular Oil

ประโยชน์

น้ำมัน Calendula ผลิตจากดอก Calendula ชื่อทั่วไปเรียกดอก marigold หรือดอกดาวเรืองฝรั่ง เป็นพืชล้มลุกท้องถิ่นของเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ยุโรปตะวันตก และแถบเมดิเตอร์เรเนียน ดอกออกสีเหลืองถึงสีเหลืองปนส้ม น้ำมัน Calendula มีชื่อเสียงในด้านการเยียวยารักษาผิวจากการอักเสบ ผิวไหม้ อีกทั้งยังให้ความชุ่มชื้นต่อผิวช่วยทำให้ผิวหนังไม่แห้งและแตก มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งจะช่วยรักษาสิว และสามารถใช้สำหรับบรรเทาผื่นจากการแพ้ผ้าอ้อม และลดการระคายเคืองของเด็ก

การใช้และปริมาณที่ใช้

แม้ว่าน้ำมันจากดอก Calendula จะมีประโยชน์ต่อผิวมากแต่ก็มีราคาค่อนข้างสูงจึงไม่แนะนำให้ในปริมาณมาก และไม่แนะนำให้ผสมไปตั้งแต่เริ่มแรกพร้อมกับน้ำมันตัวอื่น แต่ควรใช้ปริมาณ 1% หลังจากผ่านปฏิกิริยา Saponification แล้วกล่าวคือใส่ก่อนจะใส่กลิ่นในตอนสุดท้าย เพื่อให้ได้คุณค่าสูงสุดให้มั่นใจว่าน้ำมัน calendula ที่ใช้ไม่ได้ใช้ propylene glycol สกัด

calendula
ดอกคาเลนดูลา ภาพโดย Raita Futo

Wheatgerm Oil น้ำมันจมูกข้าว

ประโยชน์

เป็นน้ำมันที่สกัดจากจมูกข้าวสาลี ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามิน E ประมาณ 255 มิลลิกรัมใน 100 กรัมซึ่งมีคุณสมบัติเป็นตัวต่อต้านการออกซิเดชัน (Anti Oxidant) และยังประกอบไปด้วย แคโรทีน และเลซิตินที่ช่วยบำรุงเซลล์ผิวและป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวอีกด้วย

การใช้และปริมาณที่ใช้

ปริมาณการใช้เพื่อให้ได้ประสิทธิผลจากวิตามินของน้ำมันจมูกข้าวสาลีควรใส่ไม่ต่ำกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำมันทั้งหมด และให้ประสิทธิภาพสูงสุดควรใส่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์โดยใส่รวมในน้ำมันหลักก่อนและคนให้เข้ากันก่อนที่จะเท Lye ลงไป อีกทางเลือกหนึ่งคือใส่หลังจากสบู่เกิดปฏิกิริยา Saponification แล้ว แต่วิตามินE จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่ออยู่ในน้ำมันหรือกรดไขมัน

Castor Oil น้ำมันละหุ่ง

ประโยชน์

ละหุ่งเดิมเป็นพืชพื้นถิ่นแถบแอฟริกา ปัจจุบันมีมากในบราซิล อินเดีย และประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ น้ำมันละหุ่งมีความหนืด ทำให้ผิวนุ่มลื่น และผิวหนังสามารถดูดซับได้ดี

การใช้และปริมาณที่ใช้

น้ำมันละหุ่งสามารถเลือกใส่ได้สองวิธีคือจะใช้รวมไปกับน้ำมันพื้นฐานเลยก็ได้ แต่ถ้าใช้ปริมาณที่มากจะทำให้สบู่อ่อนและมีความใส หรือจะเลือกใช้ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์หลังจากสบู่ผ่านกระบวนการ Saponification แล้วคือก่อนที่จะผสมกลิ่นลงไปซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย

 

Jojoba Oil

ประโยชน์

เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากเม็ด Simmondsia chinensis (Jojoba) เป็นพืชพื้นถิ่นทางด้านทิศตะวันตกฉียงใต้ทวีปอเมริกาเหนือ แถบตอนใต้ของ อริโซนา, แคลิฟอร์เนีย และตอนเหนือของเม็กซิโก น้ำมันโจโจบาจะมีสีออกทอง และมีกลิ่นคล้ายถั่ว แต่ถ้ากลั่นแล้วจะไร้สีและกลิ่น มีจุดหลอมเหลวที่ 10 องศาเซนเซียส ในวงการเครื่องสำอางน้ำมันโจโจบาถูกนำมาใช้อย่างหลากหลาย ด้วยคุณสมบัติดึงดูดความชื้นจากภายนอกมาไว้ที่ผิวทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น โดยปกติร่างกายจะมีการผลิตน้ำมัน (Sebum)เพื่อทำให้ผิวนุ่มลื่น ซึ่งน้ำมันมันเหล่านี้ก็จะเป็นที่สะสมตัวของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของสิว เมื่อเราล้างทำความสะอาดผิวด้วยสบู่ก็จะชะล้างเอาน้ำมันตามธรรมชาตินี้ออกไปด้วยทำให้ร่างกายเราต้องผลิตน้ำมันออกมารักษาสมดุลเพื่อให้ผิวไม่แห้ง น้ำมันโจโจบา ประกอบด้วย Waxy Esters มากกว่าในน้ำมันที่พบผิวหนัง (Sebum) ถึง 4 เท่า ดังนั้นเมื่อผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติจากการชะล้างน้ำมันโจโจบาจึงสามารถมาทดแทนเพื่อช่วยรักษาสมดุลไม่ให้ผิวหนังแห้งได้ ดังนั้นผิวหลังจึงมีโอกาสได้ฟื้นฟูสภาพ ข้อดีของ Jojoba อีกอย่างหนึ่งคือไม่ทำให้สบู่หืนง่าย

ปริมาณและการใช้

น้ำมันโจโจบาสามารถใส่ร่วมไปกับน้ำมันอื่นๆในขั้นตอนแรกได้เลย หรือใส่ 1 หลังจากสบู่ทำปฏิกิริยา Saponification แล้วคือก่อนที่จะมีการใส่กลิ่น อย่างไรก็ตามน้ำมันโจโจบามีราคาแพงจึงต้องคำนึงถึงต้นทุนของสบู่ด้วย แต่ถ้าผู้ทำสบู่คนใดต้องการให้สบู่เป็นระดับพรีเมี่ยมก็ใส่ทั้งสองขั้นตอนเลยก็ได้ แต่อย่าลืมชดเชยค่า NaOH ด้วยเนื่องจากโจโจบามีค่า SAP ที่ต่ำ

่jojoba
ผล Jojoba ซึ่งนำมาสกัดเอาน้ำมัน ซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อผิว ภาพโดย Ken Bosma

Shea Butter

ประโยชน์

Shea butter ผลิตมาจากผลของต้น Shea หรือ African karite ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นของทวีปแอฟริกาแถบทะเลทรายซาฮาราในเขตภูมิประเทศแบบสะวันนา เช่น ประเทศกานา ไนเจอร์ กานา เป็นต้น มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าชาวแอฟริการู้จักใช้ Shea butter เป็นเครื่องถนอมผิวพรรณมาตั้งยุคคลีโอพัตราของอียิปต์โบราณ ในปัจจุบันใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางอย่างหลากหลาย ซึ่ง Shea butter สามารถช่วยบรรเทาผิวแห้งกระด้างและแตก และเหมาะสำหรับใช้บำรุงผิวทุกประเภท อ่อนโยนำสำหรับผิวแพ้ง่าย ใช้ได้แม้กระทั่งผิวเด็ก Shea butter มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนไปเป็นสบู่ต่ำ โดยเหลือสารที่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสบู่ถึงประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีประโยชน์ในการบำรุงผิวมาก

ปริมาณและการใช้

ใช้ประมาณ 2-5 เปอร์เซ็นต์ผสมไปกับน้ำมันอื่นๆตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลย หรือใช้ ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์หลังจากที่ผ่านกระบวนการ Saponification แล้ว ก่อนใช้ต้องละลาย Shea butter ด้วยไฟอุ่นๆก่อนและปล่อยให้เย็นจนถึงอุณหภูมิห้องประมาณ 27 องศาก่อนนำไปใช้

shea butter
African Shea butter เป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ผลิตโดยชาวบ้าน โดยมากเป็นพวกแม่บ้าน ภาพโดย Davis Fulmer

Aloe Vera ว่านหางจระเข้

ประโยชน์

ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่มีหลากหลายสายพันธุ์เกิดขึ้นกระจัดกระจายทั่วโลก เป็นพืชล้มลุก ใบอวบน้ำ วุ้นใสในใบของว่าหางจระเข้มีสรรพคุณในการรักษาแผลน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ แผลสด และแผลจากสิว และยังให้ความชุ่มชื้นต่อผิว ช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลและเนื้อเยื่อขึ้นใหม่ ปัจจุบันถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบำรุงผิวอย่างหลากหลาย

ปริมาณและการใช้

ใส่วุ้นจากใบของว่านหางจระเข้สดๆประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของสบู่ก่อนการใส่กลิ่น จากนั้นคนให้เข้ากัน ความร้อน สารสังเคราะห์ต่างๆอาจทำลายคุณสมบัติที่ดีของว่านหางจระเข้ได้

ว่านหางจระเข้
สบู่ว่านหางจรเข้ ของ SIRI Homemade

Turmeric ขมิ้นชัน

 ประโยชน์

ขมิ้นเป็นพืชท้องถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นพืชล้มลุกในตระกูลขิง มีหัวอยู่ใต้ดิน เนื้อหัวมีสีเหลืองเข้ม ขมิ้นมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว และเป็นตัว Antioxidant ขมิ้นยังช่วยรักษาโรคผิวหนังและผื่นคันอีกด้วย คนโบราณใช้ขมิ้นกับดินสอพองขัดและพอกผิวให้ผุดผ่องอีกด้วย

ปริมาณและการใช้

สำหรับขมิ้นที่ใช้ทำสบู่สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแบบน้ำมันหอมละเหยและเป็นขมิ้นผง การใช้เป็นน้ำมันหอมระเหยแนะนำที่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ใส่ในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเป็นกลิ่นด้วย แต่ถ้าใช้ขมิ้นผงให้ใช้ประมาณ 3-4 เปอร์เซ็นต์ของสบู่ โดยให้ใส่หลังจากที่สบู่ผ่านกระบวนการ Saponification ไปแล้ว คนให้ทั่วให้จนขมิ้นและสบู่กลายเป็นเนื้อเดียวกัน ข้อควรระวังขมิ้นเมื่อใช้มากผิวจะออกสีเหลืองเหมือนกันกับสีของขมิ้น

 

ทานาคา Tanaka

ประโชน์

ทานาคาของพม่าหรือกระแจะของไทย เป็นพืชที่มีสรรพคุณในการบำรุงและถนอมผิวมาแต่โบราณโดยเฉพาะสาวพม่าจะต้องมีติดบ้านไว้เป็นประจำ ทานาคาหรือกระแจะเป็นพืชตระกูลเดียวกับมะนาว มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นของเอเชีย พบมากในประเทศไทยและประเทศพม่า ในการใช้ทานาคานี้เราจะใช้แก่นไม้ทานาคาและน้ำเล็กน้อยฝนกับแผ่นหิน ซึ่งทานาคาจะมีสีขาวเหลืองเล็กน้อย จากการวิจัยพบว่ามีสารสำคัญชื่อ marmesin เป็นสารกรองแสงอัลตร้าไวโอเลต  แสงอัลตร้าไวโอเลตก่อให้เกิดการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังโดยกระตุ้นการสังเคราะห์เอนไซม์แมทริกซ์-เมทัลโลโปรตีเนส-1(matrix-metalloproteinase-1, MMP-1) ซึ่งจะไปตัดเส้นใยโปรตีนคอลลาเจนที่ช่วยคงความแข็งแรงและยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อผิวหนังและลดการสังเคราะห์โปร-คอลลาเจนพบว่าสารสกัดลำต้นกระแจะสามารถยับยั้งMMP-1และเพิ่มการสร้างโปร-คอลลาเจน จึงพิสูจน์ภูมิปัญญาที่ชาวเมียนมาร์ใช้ได้ดี นอกจากนั้นผงกระแจะและสารสกัดน้ำยังแสดงฤทธิ์ต้านการออกซิเดชั่น ลดการเสื่อมของเซลล์ ต้านการอักเสบ และมีสาร suberosin ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย  ช่วยป้องกันและรักษาสิวด้วย และยังพบสารArbutin ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินด้วย ซึ่งเป็นต้นเหตุของกระ ฝ้า และรอยหมองคล้ำ

ปริมาณและการใช้

ปัจจุบันทานาคา มีจำหน่ายเป็นผงที่บดแล้วเราสามารถนำมาผสมลงในสบู่หลังจากที่ผ่านกระบวน Saponification แล้วโดยใส่ในปริมาณ 3-4 เปอร์เซ็นต์แล้วคนให้เข้ากันกับเนื้อสบู่

ขมิ้น ว่านนางคำ ทานาคา
สบู่ ผสมขมิ้น ว่านนางคำ ทานาคา ของ Siri Homemade

ว่านนางคำ Wild Turmeric

ประโยชน์

ว่านนางคำเป็นพืชในตระกูลขิง เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าหรือหัวสีเหลืองอยู่ใต้ดิน หัวมีกลิ่นหอม ผงว่านนางคำ สามารถนำมาใช้มาส์กพอกหน้าได้เพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่องสวยงาม ช่วยป้องกันสิว ฝ้า จุดด้างดำ ช่วยทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย และมีสารกลุ่ม Curcuminoids ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

ปริมาณและวิธีใช้

ว่านนางคำ สามารถนำชนิดที่เป็นผงประมาณ 3-4 เปอร์เซ็นต์ใส่หลังจากผ่านกระบวนการ Saponification แล้วคนกันให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกับสบู่

 

หัวไชเท้า White Radish

ประโยชน์

หัวไชเท้าหรือหัวผักกาด จัดอยู่ในตระกูลผักกาดโดยมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน น้ำหัวไชเท้ามีคุณสมบัติในการช่วยลดฝ้าและกระ ทำให้ผิวพรรณแลดูสดใส

ปริมาณและวิธีใช้

การใช้หัวไชเท้าผสมในสบู่จะต้องล้างหัวไชเท้าให้สะอาดแล้วปั่นให้ละเอียด จากนั้นกรองเอาเฉพาะน้ำ ปริมาณที่แนะนำในการใช้คือ 3-4 เปอร์เซ็นต์ ถ้าใช้ในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดการระคายเคืองและแสบผิวหนังได้ ใส่เป็นขั้นตอนรองสุดท้ายก่อนใส่กลิ่นและสีแล้วคนให้เข้ากัน

สบู่หัวไชเท้า
สบู่หัวไชเท้า ของ SIRI Homemade

มะหาด Monkey Jack

ประโยชน์

มะหาดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ตระกูลเดียวกับขนุน เป็นพืชท้องถิ่นของเอเชียใต้ ไม่นานมานี้มีการค้นพบว่าสารสกัดจากแก่นมะหาดมีฤทธิ์ในการยับยั้งการสร้างเมลานินได้ โดยสารที่ออกฤทธิ์นี้ ในสารสกัด ได้แก่ oxyresveratrol และ resveratrol โดย oxyresveratrol ยับยั้งเอ็นไซม์ tyrosinase ที่มีผลต่อการยับยั้งการสร้างสารเมลานิน จากการทดสอบโดยอาสาสมัครพบว่าสารสกัดจากแก่นมะหาดทำให้ผิวขาวได้จริงภายใน 3-4 สัปดาห์

การใช้และปริมาณที่ใช้

มะหาดที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารเมลานินเป็นการทดสอบด้วยการใช้สารสกัดจากแก่นมะหาดเข้มข้น 0.25 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักต่อปริมาตรซึ่งได้ผลว่าผิวขาวจริง แต่การใช้สำหรับสบู่จะต้องเพิ่มปริมาณขึ้นอีกเท่าตัวเพราะว่าเมื่อล้างสบู่ออกแล้วจะได้ยังมีสารสกัดเหลือค้างอยู่ที่ผิว แนะนำที่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ ผสมในขั้นตอนก่อนใส่กลิ่นหลังจากสบู่เกิดเทรซแล้ว ประสิทธิภาพของสารสกัดมะหาดและปริมาณการใช้จะต้องขึ้นกับความเข้มข้นของสารสกัดถ้าถูกเจือจางมาแล้วจะต้องใช้มากกว่าปกติ สารสกัดจากมะหาดมีทั้งชนิดที่เป็นน้ำและเป็นผงชนิดที่เป็นผงจะมีความเข้มข้นสูงกว่า

 

น้ำผึ้ง Honey

ประโยชน์

น้ำผึ้งเป็นของเหลวรสหวานที่ผึ้งงานสร้างขึ้นมาจากการดูดน้ำหวาน(น้ำต้อย)จากดอกไม้ มาผสมกับน้ำย่อยของผึ้งแล้วเก็บไว้ในกระเพาะพักน้ำหวานและความร้อนในตัวผึ้งงานจะเปลี่ยนจากน้ำหวานของดอกไม้กลายเป็นน้ำตาลที่มีอนุภาคขนาดเล็ก เมื่อมาถึงรังผึ้งจะคายน้ำหวานที่เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลแล้วสะสมไว้ในรังผึ้งบ่มจนเหลือน้ำผึ้งความเข้มข้นสูงกล่าวคือมีน้ำอยู่เพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ น้ำผึ้งเป็นของเหลวค่อนข้างหนืดสีออกเหลือง ใสไม่ขุ่นทึบ น้ำผึ้งถูกนำมาใช้บำรุงผิวตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว ซึ่งจะช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยดึงความชุ่มชื้นมาจากอากาศมาสู่ผิวทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งสดใส น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติในการทำความสะอาด และช่วยปกป้องรังสี UVได้เป็นอย่างดี

ปริมาณและการใช้

น้ำผึ้งเป็นสารจากธรรมชาติยอดนิยมที่ใช้ในการบำรุงผิว และเนื่องจากน้ำผึ้งประกอบไปด้วยปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก จะทำให้หลังจากเทสบู่ใส่โมลด์จะมีความร้อนสูงเกินไปทำให้สบู่เข้าสู่เจลเฟสได้ เจลเฟสหมายถึงการที่สบู่เกิดกระบวนการ Saponification เร็วเกินไปอันเนื่องมาจากความร้อนสูงไปซึ่งจะทำให้สบู่เป็นเจใส ซึ่งสำหรับคนที่ทำสบู่เป็นลวดลายสีสันแล้วสีจะผิดเพี้ยนไปจากที่คาดคำนวณได้ แต่ไม่ผลต่อคุณภาพของสบู่แต่อย่างไร แต่ถ้าไม่อยากให้สบู่เข้าสู่เจลเฟสก็ควรใส่น้ำผึ้งในปริมาณไม่มากคือ 2-3 เปอร์เซ็นต์ก็พอ นักทำสบู่บางคนก็ป้องกันการเกิดเจลเฟสด้วยการนำสบู่ไปใส่ตู้เย็น

Clay

ประโยชน์

Clay หรือโคลน ในวงการเครื่องสำอางถนอมผิวมักใช้ในการพอกหน้าด้วยความที่ Clay มีคุณสมบัติในการซับเอาไขมันหรือน้ำมันส่วนเกินออกจากผิว ช่วยซึมซับสารพิษและสิ่งสกปรก ช่วยขจัดสิ่งอุดตันในผิวหนัง Clay ที่นิยมใช้กันคือ Kaolin กับ Bentonite แต่บางรายก็ใช้โคลนภูเขาไฟ และที่โด่งดังในวงการเครื่องสำอางก็คือโคลนจากทะเลสาบเดดซี แต่โคลนหรือ Clay ก็จะมีองค์ประกอบหลักคือ ซิลากา อะลูมินา เหล็ก สังกระสี แมกนีเซียม แร่แต่ละตัวก็ให้สีสันต่างๆกันไป

การใช้และปริมาณที่ใช้

ในการผสมให้ผสมในขั้นตอนก่อนใสกลิ่นหอม ปริมาณในการใช้ที่เหมาะอยู่ที่ 2 เปอร์เซ็นต์โดยแบ่งสบู่ที่เทรซแล้วออกมาเล็กน้อยแยกใส่ภาชนะต่างหาก แล้วนำ clay ลงไปผสมและคนให้เข้ากันก่อน หลังจากนั้นให้เทกลับเข้าไปรวมกันใหม่คนให้เข้ากันจนแน่ใจว่าไม่มี clay จับเป็นก้อน ข้อควรระวัง clay ที่ใช้ต้องเป็น Clay ที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วเพราะ Clay เป็นวัตถุดิบที่ขุดมาจากดินดังนั้นจึงอาจปนเปื้อนได้

  • link งานสบู่ทั้งหมด

ตอนที่ 1 พื้นฐานการทำสบู่แฮนด์เมด  ตอนที่ 2 การทำสบู่แฮนด์เมดแบบวิธี Melt and Pour, ตอนที่ 3 การทำสบู่แฮนด์เมดแบบ Cold Process, ตอนที่ 4 การทำสบู่แฮนด์เมดแบบ Hot Process, ตอนที่ 5 ปฏิกิริยาเคมี และคุณภาพของสบู่แฮนด์เมด, ตอนที่ 6 คุณสมบัติของน้ำมันและคุณลักษณะสบู่แฮนด์เมดที่ได้จากน้ำมันและไขมัน ตอนที่ 7 อาหารผิว ประโยชน์และวิธีใช้ในสบู่แฮนด์เมดแบบ Cold Process ตอนที่ 8 สีสันจากธรรมชาติ ในสบู่แฮนด์เมด แบบ Cold Process ตอนที่ 9 การใส่กลิ่นในสบู่แฮนด์เมด แบบ Cold Process

Summary
ตอนที่ 7 อาหารผิว ประโยชน์และวิธีใช้ในสบู่แฮนด์เมดแบบ Cold Process
Article Name
ตอนที่ 7 อาหารผิว ประโยชน์และวิธีใช้ในสบู่แฮนด์เมดแบบ Cold Process
Description
ยส่วนมากนักทำสบู่ทั้งหลายมักจะเลือกเพิ่มคุณประโยชน์อื่นๆเข้าไปอีกเพื่อให้สบู่มีความเข้มข้นในด้านสารบำรุงผิวขึ้นไปอีก บางคนก็ลืมไปว่าสบู่เมื่อใช้แล้วก็ล้างออก ทำให้สารที่มีคุณประโยชน์เหล่านั้นไม่สามารถซึมลงสู่ผิวได้ทั้งหมดไม่เหมือนกับครีมบำรุงผิวที่ทาติดตัวไว้ข้ามวันข้ามคืน
Author
Facebook Comments
  • เรื่องโดย ศิริพร ศรีภูธร
  • ภาพโดย ศิริพร ศรีภูธร และ Flicker
  • เผยแพร่ 16 กุมภาพันธ์ 2559