วิธีพื้นฐานการทำสบู่ แฮนด์เมด ตอนที่ 1

สบู่  เป็นของใช้จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันเพื่อการชำระล้างร่างกายให้สะอาด  และเป็นผลิตภัณฑ์พื้นฐานการการดูแลรักษาผิวพรรณให้สวยงามและมีสุขภาพดี

สบู่เป็นของใช้จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันเพื่อการชำระล้างร่างกายให้สะอาด  และเป็นผลิตภัณฑ์พื้นฐานการการดูแลรักษาผิวพรรณให้สวยงามและมีสุขภาพดี  คนส่วนมากจะใช้สบู่อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง บางคนอาจจะ 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน ซึ่ง khundee.com อยากจะชักชวนให้ทำความรู้จักกับ สบู่แฮนด์เมด กันเสียหน่อย

โดยเริ่มด้วยการรู้จักวิธีการทำสบู่แฮนด์เมด ซึ่งการทำสบู่ก็มีหลายวิธีการ แต่เราจะนำเสนอวิธีการหลักๆ 3 วิธีคือ

melt and Pour_finished
melt and Pour_finished
Lemon Tea Soap
Cold Process Soap
Hot Process Soap
Hot Process Soap
สบู่รักษาสิว SIRI HOMEMADE

1) Melt and Pour Method Soap

หรือเป็นที่รู้จักกันในวงการ สบู่แฮนด์เมด ว่าเป็นสบู่ กลีเซอรีน  และสบู่เชิงพาณิชย์หลายชนิดก็ยังมีการเติมกลีเซอรีน (เติมลงไปในช่วง ผสม Lye กับ Fatty acid ) เพื่อให้เกิดความใสและสบู่มีความชุ่มชื้น ซึ่งสบู่แฮนด์เมดที่ทำด้วยวิธีแบบนี้จะเป็นสบู่ที่อุดมไปด้วย กลีเซอรีน แต่ส่วนมากก็ไม่ได้นำมากล่าวอ้างถึง การเติมกลีเซอรีนเพิ่มลงไปจะทำให้สบู่ใสขึ้นและเรียกว่าสบู่ใส (Clear Soap) และทำให้สบู่มีคุณสมบัติในการบำรุงความชุ่มชื้นแก่ผิว การทำสบู่ประเภทนี้ทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยากใครๆก็ทำได้

โดยการละลาย สบู่ใส แบบกึ่งสำเร็จรูป (Base Clear Soap)  (สบู่กลีเซอรีน) ซึ่งมีขายทั่วไปตามร้านขายเคมีภัณฑ์เครื่องสำอาง และสามารถละลายได้ด้วยไมโครเวฟที่บ้านเราได้เลย เมื่อละลายสบู่ชนิดใสแล้ว ก็ปรุงสี ปรุงกลิ่น ใส่สารบำรุงผิว เช่น วิตามินอี สารสกัดว่านหางจระเข้ อยากให้ขาวใสก็สามารถใส่ วิตามินซี หรือ AHA เพิ่มไปได้ แต่ต้องระวังเรื่อง PH ให้เหมาะสมสำหรับผิวด้วย เสร็จแล้วก็พิมพ์สวยๆมาเทใส่ พอสบู่มีการแข็งตัวดีก็แกะพิมพ์ใส่กล่องติดสลากสวยๆเพื่อนำส่งสู่ตลาดได้เลย

เครื่องมือที่จำเป็นในการใช้ทำสบู่หาซื้อได้จาก SHOPEE

2) Cold Process Soap

เป็นวิธีการทำสบู่แบบดั้งเดิมคลาสสิค  เป็นการผสมกันของ Lye กับกรดไขมัน ซึ่งเราสามารถใช้กรดไขมันได้เกือบทุกชนิดเลยคะ ทั้งสัตว์และพืชแต่แนะนำให้เป็นพืชนะคะ เช่น จาก น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว เป็นต้น โดยสามารถเลือกน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณเราผสมไปได้ทุกชนิด การทำสบู่แบบนี้เป็นผสมผสานวิทยาศาสตร์และศิลปะเข้าด้วยกัน บางคนทำออกมาเป็นงานศิลปะสวยสดงดงาม สีสันตระกรานตา จนไม่อยากจะเชื่อว่านั่นคือสบู่

การผสมสัดส่วนของ lyeกับกรดไขมัน เป็นกระบวนการทางเคมีเรียกว่า  Saponifactionซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาทำปฏิกิริยาถึง 6 สัปดาห์จึงจะสมบูรณ์ การทำสบู่แบบนี้อย่าลืมเรื่องการป้องกันอันตรายเนื่องจากการผสม lye เราควรจะใช้ถุงมือและแว่นตาและศึกษาวิธีการทำอย่างละเอียด การทำสบู่แบบนี้สามารถออกแบบคุณภาพสบู่ ตามแต่ชนิดน้ำมันที่เราใส่เข้าไปว่าจะให้สบู่เรามีคุณดีเช่นไรก็ย่อมได้ สีสัน และกลิ่น เราสามารถสร้างสรรค์ได้ราวกับว่าเราเป็นศิลปินทีเดียว หมายเหตุ Lye หมายถึง น้ำ+NaOH (โซดาไฟ) ในกรณีทำสบู่เหลวให้ใช้ KOH คะ

3) Hot Process Soap

การทำสบู่ด้วยวิธีนี้ก็คล้ายๆกันกับ Cold Process ทั้งเรื่องของส่วนผสมและวัตถุดิบ เพียงแต่กระบวนการและเวลาต่างกัน ซึ่ง Hot Process นี้อาจมีความยุ่งยากนิดหน่อยตรงที่เราต้องใช้ความร้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง คือผสมวัตถุดิบบนอุณหภูมิที่เหมาะสม คนจนส่วนผสมเกิด Trace (ลักษณะจะข้นคล้ายๆครีม)  แล้วก็นึ่งด้วยความร้อนต่อจนน้ำส่วนเกินระเหยไปหมด หลังจากนั้นก็นำไปใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ ขั้นตอนนี้ ก็ปรุงสี ปรุงกลิ่น ตามใจชอบได้ แล้วปล่อยให้เย็นก็สามารถใช้ได้เลย ไม่ต้องรอปฏิกิริยาให้สบูรณ์เหมือน Cold Process โดยความร้อนจะช่วยย่นระยะเวลาของกระบวนการได้ การทำสบู่แบบนี้ต้องศึกษาการทำโดยละเอียด แต่ก็ไม่สามารถสร้างสรรค์งานศิลปได้มากเนื่องจากข้อจำกัด ของสถานะของมันตอนที่ใส่ลงไปในโมลด์

ในคราวต่อไปมาดูรายละเอียดแต่ละวิธีว่าทำอย่างไร

  • link งานสบู่ทั้งหมด

ตอนที่ 1 พื้นฐานการทำสบู่แฮนด์เมด  ตอนที่ 2 การทำสบู่แฮนด์เมดแบบวิธี Melt and Pour, ตอนที่ 3 การทำสบู่แฮนด์เมดแบบ Cold Process, ตอนที่ 4 การทำสบู่แฮนด์เมดแบบ Hot Process, ตอนที่ 5 ปฏิกิริยาเคมี และคุณภาพของสบู่แฮนด์เมด, ตอนที่ 6 คุณสมบัติของน้ำมันและคุณลักษณะสบู่แฮนด์เมดที่ได้จากน้ำมันและไขมัน ตอนที่ 7 อาหารผิว ประโยชน์และวิธีใช้ในสบู่แฮนด์เมดแบบ Cold Process ตอนที่ 8 สีสันจากธรรมชาติ ในสบู่แฮนด์เมด แบบ Cold Process ตอนที่ 9 การใส่กลิ่นในสบู่แฮนด์เมด แบบ Cold Process

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.